รายวิชา  ศิลปะพัฒนากับชีวิต 3         ใบความรู้        เวลา     1     คาบ
ศ 4513    ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5          เรื่องนาฏยะศัพท์        โดยนางสาวประดิษฐ์  พละศักดิ์
 
จุดประสงค์   - ปฏิบัติหรือแสดงกิริยาตามนาฎยะศัพท์ได
 
นาฎยะศัพท์   หมายถึง ศัพท์ที่ใช้ในวงการของนาฏศิลป์  เป็นศัพท์ที่ใช้เรียกท่าทางที่ปฏิบัติหรือ   กิริยาอาการต่างๆ ที่ปฏิบัติเกี่ยวกับนาฏศิลป์  นาฏยะศัพท์ที่สำคัญที่นักเรียนควรทราบคือ
            นาฏยะศัพท์ที่เกี่ยวกับการใช้มือ
               1.วง  หมายถึง การตั้งลำแขนให้เป็นวงโค้งคล้ายครึ่งวงกลม  แขนต้องงอแต่ก็ไม่งอข้อศอกมากเกินไปเพราะจะทำให้วงไม่สวยงาม การตั้งวงให้ตั้งมือยืนนิ้วทั้ง4เรียงชิดติดกัน หลบหัวแม่มือเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อย หันฝ่ามือออกนอกตัว หักข้อมือด้านหลังมือเข้าหาลำแขน
            ชนิดของการตั้งวง การตั้งวงมี  4  ชนิด   ดังนี้  คือ
               1.วงบน ปลายนิ้วระดับแง่ศรีษะ ตัวนางลดลงระดับหางตา วงพระกันวงกว้างกว่าวงนางเล็กน้อย
               2.วงกลาง ปลายนิ้วระดับไหล่หรือต่ำกว่าไหล่เล็กน้อย
               3.วงล่าง ปลายนิ้วอยู่เพียงระดับเอวหรือชายพก
               4.วงหน้า ตั้งวงมาด้านหน้า ปลายนิ้วอยู่ระดับปาก
             2.จีบ หมายถึง การใช้นิ้วมือจรดเข้าหากัน โดยใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือจรดกับข้อสุดท้ายของปลายนิ้วชี้ ส่วนนิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย กรีดตรึงออกไปคล้ายพัด หัวแม่มือควรงอเล็กน้อยพองาม การจีบต้องหักข้อมือเข้าหาลำแขนเสมอโดยหักเข้าด้านฝ่ามือ
             ชนิดของการจีบ การจีบมี 5 ลักษณะดังนี้
               1.จีบหงาย มือจีบหงายขึ้น หักข้อมือเข้าหาลำแขน ลำแขนอยู่ตำแหน่งใดก็ได้
               2.จีบคว่ำ คว่ำตัวจีบลง แขนงอหรือตรึงสุดแค่ท่ารำ หักข้อมือเข้าหาลำแขน
               3.จีบหลัง เป็นการจีบโดยส่งลำแขนไปด้านหลัง มือจีบหงาย
               4.จีบปรกข้าง ลำแขนระดับไหล่ งอข้อศอกตั้งฉาก คว่ำมือจีบกรีดเข้าหาหน้าผาก
               5.จีบปรกหน้า เช่นเดียวกับปรกข้างแต่ยกลำแขนไปข้างหน้า กรีดจีบเข้าหาหน้าผาก
 
3. เดินมือ   คือการเคลื่อนมือทั้งสองข้างให้สลับกันในท่ารำ การเดินมือจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับเพลงและท่ารำ เช่น การเดินมือในท่าสอดสร้อยมาลา เป็นต้น
 
นาฏยะศัพท์เกี่ยวกับการใช้เท้า
          1.กระดกเท้า     คือการยกเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปข้างหลัง โดยหนีบขาพับให้น่องชิดโคนขามากที่สุดหักข้อเท้า ส่วนขาอีกด้านหนึ่งยืนรับน้ำหนักและย่อเข่าลง
        2.  ก้าวเท้า   มี 2 วิธีคือ
          1  .ก้าวหน้า  เวลาเอาส้นเท้าแตะลงก่อนแล้วจึงวางเต็มเท้าปลายเท้ากันออกเล็กน้อย ส่วนเท้าหลังต้องเปิดส้นเท้า ย่อเข่าทั้งสอง
          2.ก้าวข้าง   คือการก้าวออกด้านข้างด้วยเท้าข้างใดข้างหนึ่ง เวลาก้าวให้ปลายเท้าที่ก้าวตั้งฉากกับที่เท้าที่ยืน เปิดส้นเท้าหลังเสมอ แต่ตัวพระไม่ต้องเปิดส้นเท้า
          3. จรดเท้า
          3.1จรดปลายเท้า คือการใช้เท้าข้างใดข้างหนึ่งแตะพื้นด้วยจมูกเท้า ยกส้นเท้าสงพอประมาณ
ส่วนขาอีกข้างหนึ่งยืนรับน้ำหนัก และย่อเข่าทั้งสองข้าง
          3.2 วางส้นเท้า จะจรดส้นเท้าข้างไหนก่อนก็ได้ เช่นถ้าจรดเท้าขวาก็ยกเท้าขวาขึ้นเล็กน้อย แล้ววางลงด้วยส้นเท้า เปิดปลายเท้าขึ้น ส่วนขาอีกข้างหนึ่งยืนรับน้ำหนัก ย่อเข่าทั้งสองข้าง
       4. กระทุ้งเท้า
           การกระทุ้งเท้า คือการใช้เท้าข้างใดข้างหนึ่งยกสูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อย แล้วใช้จมูกเท้ากระทุ้งลงที่พื้นแล้วยกขึ้นทันที หักข้อเท้าเข้าหาหน้าแข้ง นิ้วเท้าตึง ขาที่ยืนจะต้องย่อเข่าลงและดันเข่าที่ยกขึ้นออกไปข้างหลังให้มากที่สุด
       
หมายเหตุ       จมูกเท้า   หมายถึง   ก้อนเนื้อบริเวณโคนนิ้ว (ปลายฝ่าเท้า)   การจรดเท้า เท้าต้องกระดกปลายนิ้วเท้าทุกครั้งเพื่อความสวยงามในการปฏิบัติ