เรื่องที่ 4.  พัฒนาการด้านศิลปวัฒนธรรมของไทย
                        4.1  ศิลปวัฒนธรรมของสมัยสุโขทัย
                                ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช  ถือเป็นยุคทองของสมัยกรุงสุโขทัย  เนื่องจากได้เกิดแบบแผนความเจริญทางวัฒนธรรมที่เป็นของไทย  ซึ่งความเจริญทางวัฒนธรรมดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับ  3  รูปแบบ  คือ  พุทธศาสนา  ภาษาไทย  และศิลปะ
                                พระพุทธศาสนามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ จนกลายเป็นวิถีชีวิตของประชาชน  โดยมีวัดเป็น       ศูนย์ กลางทางด้านการวัฒนธรรมของชุมชน  มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่และสั่งสอนคุณธรรมจริยธรรมแก่ประชาชน  และมีอิทธิพลต่อคติการปกครอง ประเพณี  วัฒนธรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับชีวิต  ระเบียบทางสังคมและศิลปะ
                                งานสร้างสรรค์ทางศิลปะของกรุงสุโขทัย เช่น พระพุทธรูป เจดีย์จิตรกรรม มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญโดยดัดแปลง รูปแบบศิลปกรรมจากขอม  ให้มีลีลาอ่อนช้อยงดงาม  ตัวอย่างเช่น พระพุทธรูปปางลีลา  ยิ่งกว่านั้นแล้วพุทธศาสนายังมีบทบาทสำคัญต่องานสร้างสรรค์ ทางวรรณกรรมด้วย  ดังตัวอย่าง  บทพระราชนิพนธ์ของพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) คือไตรภูมิพระร่วง
                                นอกจากนั้นแล้วเอกลักษณ์ อย่างหนึ่งที่สำคัญของสมัยสุโขทัย  คือภาษาไทย  โดยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง  มีการประดิษฐ์อักษรไทย ขึ้นจากเดิมที่เคยใช้ภาษาสันสกฤตหรือภาษาขอม  อักษรไทยดังกล่าวนิยมใช้กันสืบต่อมาจนปัจจุบัน
                           4.2  ศิลปวัฒนธรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา
                                    1)  ศาสนาและศิลปะ
                                        ชาวกรุงศรีอยุธยานับถือพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์  แต่ได้รับอิทธิพลขอม ศาสนาพราหมณ์ ที่แพร่หลายอยู่ก่อนหน้าการเข้ามาของ พุทธศาสนาอยู่มาก  การผสมผสานกันของพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์จึงเป็นลักษณะสำคัญของศาสนาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสะท้อนให้เห็นใน ศิลปกรรมต่างๆ ได้แก่  งานสถาปัตยกรรม  ประติมากรรม  จิตรกรรม  ภาษาและวรรณคดี  และวัฒนธรรมประเพณี
                                    2)  สถาปัตยกรรม
                                        สถาปัตยกรรมของสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น  ได้รับอิทธิพลจากขอมและสุโขทัย  เช่น  พระปรางค์วัดพุทไธสวรรค์  วัดราชบูรณะ เป็นต้น  ส่วนสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นเจดีย์แบบเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง  เช่น  เจดีย์วัดภูเขาทอง  วัดชุมพลนิกายาราม เป็นต้น
                                     3)  ประติมากรรม
                                          พระพุทธรูปได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอมเรียกว่า พระพุทธรูปสมัยอู่ทองและตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยานิยมสร้างพระพุทธรูป แบบทรงเครื่อง  อย่างไรก็ตามสมัยกรุงศรีอยุธยาพระพุทธรูปมีลักษณะน่าเกรงขาม  และไม่งดงามเท่าสมัยสุโขทัย
                                     4)  จิตรกรรม
                                          จิตรกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นภาพพุทธประวัติใช้สี 3 สีในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น คือ สีด ขาว แล ีแดง  และตอนปลาย เพิ่ม สีเขียว  สีฟ้า และสีม่วง  ภาพที่วาดเป็นภาพธรรมชาติ
                                     5)  ภาษาและวรรณคดี
                                        ภาษาได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมขอม เป็นคำราชาศัพท์ วรรณคดีส่วนใหญ่เกี่ยวกับพุทธศาสนาทีสำคัญ เช่นลิลิตโองการแช่งน้ำ  มหาชาติคำหลวง  ลิลิตยวนพ่าย  ลิลิตพระลอ  และกาพย์เห่เรือ เป็นต้น
                                     6)    วัฒนธรรมประเพณี
                                            วัฒนธรรมกรุงศรีอยุธยา  เป็นลักษณะวัฒนธรรมผสม ระหว่างวัฒนธรรมไทยแท้กับวัฒนธรรมต่างชาติที่สำคัญ ที่สุด  คือ  วัฒนธรรมอินเดียซึ่งรับมาจากพวกพราหมณ์  วัฒนธรรมและประเพณีสำคัญ   เช่น พระราพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา  พิธีพืชมงคล  พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พิธีการบวช  และการทำบุญ  เป็นต้น
                           4.3  ศิลปวัฒนธรรมสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
                                  ศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น  มีดังนี้
                                    1)  ศาสนา
                                        ในสมัยรัชกาลที่ 1  มีการสังคายนาพระไตรปิฎกที่เรียกว่า  ฉบับหลวงหรือฉบับทองใหญ่  และมีการตรากฎหมายปกครองคณะสงฆ์ ขึ้นเป็นครั้งแรกด้วย  นอกจากนี้ยังมีการสร้างและปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่างๆ
                                     2)  ประเพณีและวัฒนธรรม
                                           พระราชประเพณีที่สำคัญ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก  พระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และราชพิธีพืชมงคล เป็นต้น
                                           ส่วนประเพณีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับคนไทยโดยทั่วไป  เช่น  การลอยกระทงการเล่นสักวา  การเล่นเพลงเรือ  พิธีตรุษ  สารท  เป็นต้น
                                       3)  สถาปัตยธรรม
                                            สถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงในสมัยนี้  คือการสร้างพระบรมมหาราชวัง
                                       4)  ประติมากรรม
                                            ประติมากรรมชิ้นเอก  คือ  การแกะสลักประตูกลางด้านหน้าพระวิหารวัดสุทัศน์  และงานตกแต่งหน้าบรรณพระอุโบาสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
                                       5)  จิตรกรรม
                                            จิตรกรรมส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนางาน  จิตรกรรมที่สำคัญ   เช่น ภาพเขียนในพระอุโบสถวัด  พระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นต้น
                                        6)  วรรณกรรม 
                                             สมัยรัชกาลที่  1  วรรณกรรมที่สำคัญ  เช่น  นิราศท่าดินแดง  โครงพยุหยาตรา  และมหาชาติคำหลวง  เป็นต้น
                                              สมัยรัชกาลที่  2  เป็นยุคทองของวรรณกรรม  วรรณกรรมที่สำคัญ เช่น  ละคร เรื่องขุนช้างขุนแผน  อิเหนา  รามเกียรติ์  และเพลงพากย์โขน เป็นต้น
                                             กวีสำคัญในสมัยนี้  เช่น  พระสุนทรโวหาร (ภู่)  พระยาตรัง  และสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส เป็นต้น
                                        7)  ดนตรีและนาฏศิลป์
                                             การละเล่นที่สำคัญ คือ  โขน  ซึ่งพัฒนามาจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์  นิยมเล่นในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  ส่วนละคร มีทั้งละครนอกและละครใน  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  ทรงมีซอสายฟ้าฟาดคู่พระหัตถ์  และทรงพระราชนิพนธ์  เพลงบุหลันลอยเลื่อน  ซึ่งต่อมา ทรงเรียกว่า  เพลงพระสุบิน
                                            การปรับปรุงประเทศในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยการปรับปรุงประเทศตามแบบตะวันตก  แทนที่จะ ปรับปรุงประเทศตามแบบอยุธยา อย่างเช่นที่เคยเป็นมา  การปรับดังกล่าวได้แก่
                                        การปรับปรุงขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
                                        1)  การประกาศให้ข้าราชการสวมเสื้อเข้าเฝ้า  ตามแบบตะวันตก
                                        2)  การปฏิบัติต่อต่างชาติ  โดยการให้เข้าเฝ้าโดยการยืน  และถวายคำนับ แทนการหมอบคลาน  และทรงให้ชาวต่างชาติ ิร่วมโต๊ะเสวยในวันสำคัญต่างๆ  ซึ่งทำให้ต่างชาติยอมรับประเทศไทยมากชึ้น
                                        3)  ให้มีประเพณีตีกลองฎีกา  เพื่อให้ประชาชนสามารถร้องทุกข์ได้  และทรงสร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์  พระราชทานแก่ขุนนาง และเจ้านาย
                                        การส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรม
                                           1)  สถาปัตยกรรม  ทรงโปรดศิลปกรรมตะวันตกมากจึงสร้างขึ้นหลายแหล่ง เช่น พระราชวังสราญรมย์ เป็นต้น
                                            2)  ประติมากรรม  ศิลปกรรมตะวันตก  แสดงออกมาในแบบรูปปั้นต่างๆ  เช่น  พระพุทธพรรณี  เป็นต้น
                                            3)  จิตรกรรม  เริ่มนำเอาเทคนิคการเขียนภาพแบบตะวันตกมาใช้  ผู้ที่นำมา  คือ  พระอาจารย์ขรัวอินโข่ง
                                            4)  วรรณกรรม  พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ไว้หลายเรื่อง  เช่น  บทละครเรื่อง  รามเกียรติ์   มหาเวสสันดรชาดก  เป็นต้น  กวีมีชื่อเสียง  เช่น ม.ร.ว.กระต่าย  อิศรางกูร  ณ  อยุธยา
                                            การปรับปรุงประเทศของพระองค์  เป็นการปรับปรุงเพื่อเตรียมรับอารยธรรมตะวันตก  ซึ่งกำลังแผ่อิทธิพลอยู่ในขณะนั้น และการ ปรับปรุงของพระองค์มีผลกระทบโดยตรงต่อพระราชโอรสของพระองค์ เมื่อขึ้นครองราชย์  คือรัชกาลที่  5
                                            ในเวลาต่อมา  รัชกาลบที่  5  ได้ทำการปรับปรุงขนบธรรมเนียมประเพณีและส่งเสริมวรรณกรรมและศิลปกรรม  ดังนี้
                                            การปรับปรุงขนบธรรมเนียมประเพณี
                                            1)  เปลี่ยนแปลงการแต่งกาย  เช่น  เครื่องแบบทหารให้ใช้แบบตะวันตกและผู้ชายให้ใส่เสื่อราชปะแตน  ผู้หญิงให้ไว้ผมทรง ดอกกระทุ่ม  เป็นต้น
                                            2)  ยกเลิกประเพณีหมอบคลาน  ยกเลิกการสืบพยานแบบจารีตนครบาลและประกาศใช้การนับ  ร.ศ.  โดยยึด พ.ศ. 2325 เป็น  ร.ศ. 1
                                            3)  แก้ไขประเพณีการสืบสันตติวงศ์ใหม่  โดยการตั้งตำแหน่งสยามมกถฎราชกุมาร แทนตำแหน่งวังหน้า
                                            การส่งเสริมวรรณกรรมและศิลปกรรม
                                            1)  วรรณกรรม  ที่สำคัญ เช่น บทละครเรื่องเงาะป่าไกลบ้าน และของพระยาศรีสุนทรโวหาร เช่นมูลบทบรรพกิจ อักษรประโยค
                                            2)  ศิลปกรรม  ศิลปกรรมมักจะเป็นของไทยผสมกับยุโรป  เช่น  วัดเบญจมบพิตร พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นต้น
                                            3)  ประติมากรรม  เช่น  พระบรมรูปทรงม้า  พระพุทธชินราชจำลอง
                                            4)  จิตรกรรม  มีภาพเขียนแบบตะวันตกที่เรียกว่า  ภาพเขียนปูนเปียก  และมีภาพจิตกรรมฝาผนัง
                                            5)  นาฏกรรม  ละครแบบใหม่ในสมัยนี้  เช่น  ละครพันทาง  ละครดึกดำบรรพ์  เป็นต้น
                                            รัชกาลต่อมา คือ รัชกาลที่ 6  ก็ได้พัฒนาประเทศด้วยการปรับปรุงขนบธรรมเนียมประเพณี  และความเจริญด้านศิลปะ และวัฒนธรรม  ดังนี้
                                            การปรับปรุงขนบธรรมเนียมประเพณี
                                            (1)  การออกพระราชบัญญัตินามสกุล  เพื่อประโยชน์ในการปกครองของประเทศ
                                            (2)  เปลี่ยนธงชาติจากธงช้าเผือกเป็นธงไตรรงค์
                                            (3)  ใช้ พ.ศ. ตามการนับถือพระพุทธศาสนา  และเปลี่ยนการนับเวลาเป็น 1 นาฬิกา  ถ้าหลังจากเที่ยงคืนไปแล้ว
                                            (4)  กำหหนดคำนำหน้าเด็กและสตรี
                                            ศิลปวัฒนธรรม
                                            1)  สถาปัตยกรรม  ศิลปะแบบไทยแห่งแรกที่ทรงสร้าง คือ  พระราชวังสนามจันทน์  จังหวัดนครปฐม
                                            2)  ประติมากรรม  ประติมากรรมแบบไทยแท้  เช่น  รูปหล่อสัมฤทธิ์พระนางธรณีบีบมวยผม  เป็นต้น
                                            3)  จิตรกรรม  เป็นภาพเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชาดก  และพระมหากษัตริย์ไทย  เช่น  ภาพเขียนที่โดมพระที่นั่งอนันตสมาคม 
                                            4)  วรรณกรรม  อิทธิพลของตะวันตกมีมากขึ้น  การเขียนร้อยกรองเปลี่ยนเป็นการเขียนร้อยแก้ว  รูปแบบคำประพันธ์ก็เป็นแบบ ตะวันตกมากขึ้น
                                            5)  ศิลปกรรม  พระองค์สนใจงานศิลปกรรมมากจึงได้จัดตั้งโรงเรียนเพาะช่างขึ้น  เพื่อให้มีการสอนศิลปะไทยและศิลปะ ตะวันตก จิตรกรที่มีชื่อเสียงในสมัยนี้คือ พระยาอนุศาสน์ เป็นผู้เขียนภาพสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในฝาผนังวัดสุวรรณดาราราม  จังหัดพระนครศรีอยุธยา
                                            6)  นาฏกรรม  โขน  ละคร  และดนตรี เจริญสูงสุดในสมัยนี้  เพราะพระองค์เชื่อว่านอกจากจะให้ความบันเทิงใจแล้ว ยังสามารถ ยกระดับจิตใจของมนุษย์ให้สูงขึ้น