ใบความรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี  (งานบ้าน)                       รหัส ง 3111 

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1                                                          ผู้สอน   นางสารภี   พลศักดิ์

เรื่อง   การทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

 

                การศึกษาเรื่องการทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย  สามารถแบ่งออกได้ดังนี้

1.       ประโยชน์และความสำคัญของการซักรีดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สะอาดเรียบร้อยจากวิธีการซักรีดที่ถูกต้องเหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้แต่งกายมีบุคลิกภาพที่ดีและช่วยถนอมผ้าให้คงทนถาวร

 

2.       การเลือกซื้อและวิธีการใช้สารทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

2.1     ผงซักฟอก

ปัจจุบันมีผงซักฟอกมากมายหลายชนิด  มีส่วนผสมและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน  ควรจะพิจารณาถึงลักษณะของการใช้งานและราคา  ควรศึกษาวิธีการใช้ของผงซักฟอกแต่ละชนิดเกี่ยวกับปริมาณการใช้ในแต่ละครั้งต่อปริมาณน้ำ  จำนวนผ้าต่อครั้งและระยะเวลาในการแช่ผ้า

2.2     น้ำยาซักฟอกหรือน้ำยาซักแห้ง

คุณสมบัติและวิธีการใช้คล้ายผงซักฟอก คือ ผสมน้ำแล้วแช่ผ้าไว้ 3 – 5 นาที ขยี้เบา ๆ แล้วล้างน้ำออก 2 – 3 ครั้ง

2.3     สบู่ซักผ้า

มีทั้งแบบเป็นก้อนและเป็นเกล็ด ทำจากด่างต้มกับไขมันสัตว์หรือน้ำมันพืชต้องซักกับ     น้ำร้อนจะได้ผลการซักผ้าที่ขาวสะอาดดีมาก

2.4     น้ำยาปรับผ้านุ่ม

วัตถุประสงค์เพื่อให้ผ้านุ่มคงสภาพเดิม  ผสมน้ำยาลงในน้ำสุดท้ายที่จะใช้ล้าง  แช่ผ้าทิ้งไว้ 5 – 10 นาที

2.5     สารฟอกขาวหรือสารฟอกสีประเภทคลอรีน

เพื่อให้ผ้าขาว ขาวยิ่งขึ้น  ช่วยขจัดรอยเปื้อนหรือคราบสกปรกต่าง ๆ ผสมสารฟอกขาว       1 ฝาต่อน้ำ  1 กะละมัง  แช่ไว้ประมาณ 15 นาที  แล้วจึงซักต่อด้วยผงซักฟอก

2.6     สารที่ช่วยขจัดรอยเปื้อนต่าง ๆ

นอกจากสารที่กล่าวมาแล้วข้างต้นยังมีสารอื่น ๆ อีก เช่น  ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์  แอมโมเนีย  ทินเนอร์  แอลกอฮอล์  เป็นต้น

 

3.       อุปกรณ์ที่ช่วยในการทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

3.1      แปรงซักผ้า  ใช้ขัดรอยคราบสกปรก

3.2      ตะกร้า  ไว้ใส่ผ้าซักแล้ว

3.3      กะละมัง  ใช้สำหรับแช่ผ้าและซักผ้า

 

4.       การเลือกซื้อและการใช้เครื่องซักผ้า  เครื่องอบผ้า

4.1     เครื่องซักผ้าแบบถังเดียว  ฝาเปิดด้านบน

การทำงานจะมีแกนปั่นผ้าตรงกลางด้านล่างของถังปั่น  เครื่องจะหมุนถังปั่นไปทางเดียวหรือหมุนไปมา  กำหนดความเร็วได้ตามต้องการ  มีระบบอัตโนมัติ  ปล่อยน้ำออก  เปลี่ยนน้ำใหม่และปั้นให้หมาดในถังเดียวกันเพื่อสกัดน้ำออกให้มากที่สุด  ก่อนำไปตากหรือเข้าเครื่องอบผ้าต่อไป  ข้อเสียคือ ผ้าจะรวมตัวเป็นเกลียวอยู่ตรงกลาง

4.2     เครื่องซักผ้าแบบถังเดียว  ฝาเปิดด้านบน

แบบนี้จะไม่มีแกนหมุนเหมือนแบบเปิดด้านบน ไม่มีปัญหาผ้าบิดเป็นเกลียวแต่ระบบการทำงานอัตโนมัติคล้ายกัน  มีระบบปั่นหมาดเหมือนกัน บางรุ่นจะมีเครื่องอบผ้าในตัวคือ  ซักผ้าแล้วนำไปรีดแล้วสวมใส่ได้เลย

4.3     เครื่องซักผ้าแบบ 2 ถัง

เป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ  ลักษณะเหมือนเครื่องซักผ้าแบบถังเดียว  ฝาเปิดด้านบน แต่จะแยกถังซักกับปั่นหมาดออกจากกัน  โดยผู้ใช้จะต้องย้ายผ้าจากถังซักมาไว้ที่ถังปั่นหมาด

4.4     เครื่องอบผ้า

จะมีลักษณะเหมือนถังซักหรือถังปั่นหมาด  หมุนปั่นผ้าไปเรื่อย ๆ  พร้อมกับปล่อย       ความร้อนออกมา เพื่อทำให้ผ้าแห้ง  ใช้ในกรณีที่ไม่มีที่ตากผ้าหรือเครื่องซักผ้าไม่มีระบบอบผ้าในตัว