ใบความรู้

ประกอบการสอนวิชาศิลปะกับชีวิต  รหัส  3111

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1

เรื่อง    การแสดงพื้นเมืองภาคอีสาน

 

            ภูมิประเทศภาคอีสานเป็นที่ราบสูง  ค่อนข้างแห้งแล้งเพราะพื้นดินไม่เก็บน้ำ  ฤดูแล้งจะกันดาร  ฤดูฝนน้ำจะท่วม  แต่ชาวอีสานก็มีอาชีพทำไร่ทำนา และเป็นคนรักสนุก  จึงหาความบันเทิงได้ทุกโอกาส

            การแสดงของภาคอีสาน  มักเกิดจากกิจวัตรประจำวันหรือประจำฤดูกาล เช่น เซิ้งบั้งไฟ แห่นางแมว  เซิ้งสวิง  เซิ้งกระติบข้าว เต้นสาก  รำลาวกระทบไม้  เป็นต้น

            ลักษณะการแสดงซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของอีสาน คือ ลีลาและจังหวะในการก้าวมีลักษณะคล้ายการเต้น แต่นุ่มนวลไม่ตึงตังอย่างการเต้นโขน  มักเดินด้วยปลายเท้าและสบัดเท้าไปข้างหลังสูง  ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการแสดงของอีสานที่เรียกว่า “ เซิ้ง “

            ดนตรีพื้นเมืองอีสาน  ได้แก่ กลองยาว  กรับ  ฉาบ  โหม่ง  แคน  โปงลาง  โหวด  ไหซอง

            เซิ้งสาวไหม

          เป็นการแสดงื้นเมืองภาคอีสาน  ท่วงทีลีลาและท่ารำ  แตกต่างจากฟ้อนสาวไหมของภาคเหนือ เซิ้งสาวไหมของภาคอีสานนี้นางเปรมฤดี  มุสิกพนันทน์ (เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์อยู่ที่สถาบันราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา) เป็นผู้คิดกระบวนการแสดงและประดิษฐ์ท่ารำขึ้นแสดงในงาน 8 วิทยาเขต  ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคามเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.. 2520

            ลักษณะการแสดง  ผู้แสดงเป็นหญิงล้วน  ร่ายรำท่าทางเลียนแบบขั้นตอนการทอผ้าไหม เริ่มตั้งแต่เก็บใบหม่อน  เกลี่ยดักแด้  ตีหม้อสาวไหม   สาวไหม  เก็บไหมเป็นไจ    เอาไหมใส่อัก เอาไหมใส่กี่  ทอผ้าไหม  ได้ผ้าไหมเป็นผืนชื่นชมความงาม

            การแต่งกาย  การสาวไหมเป็นกิจกรรมที่ทำอยู่ใต้ถุนบ้าน  จึงกำหนดให้ผู้แสดงนุ่งซิ่นสั้นเพียงเข่า  ห่มผ้าแถบห้อยชาย  เกล้าผมติดดอกไม้

            ดนตรีประกอบการแสดง  มีแคน  พิณ  โปงลาง  โหวด  โหม่ง  ฉาบ  ไหซอง  กั๊บแก๊บและฉิ่ง  เป็นการบรรเลงล้วนๆไม่มีบทร้อง