HOME   |   ABOUT US   |    SERVICE   |   PARTNERS   |   FAQ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ ๑
วิชา พระพุทธศาสนา ( ส ๓๒๒๓ )
ชั้น  มัธยมศึกษาปีที่ ๑
ใบความรู้ที่ ๕
เรื่อง พุทธประวัติ การแสวงหาความรู้ของเจ้าชายสิทธัตถะ
ใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑
 
ผู้สอน  นายจำเนียร  บัวแก้ว
 
        การแสวงหาความรู้
นับแต่ยังทรงพระเยาว์เจ้าชายสิทธัตถะทรงมีลักษณะนิสัยที่เป็นนักคิด และ ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอดังตัวอย่างเช่น เมื่อทรงมีพระชนมายุเพียง ๗ พรรษา พระองค์ก็แสวงหาความสงบ และเข้าสมาธิจนเกิดปัญญา ครั้นพระชนมายุได้ ๘ พรรษาพระองค์ก็ไดรับการศึกษาตามแบบพระโอรสกษัตริย์ คือได้เรียน ศิลปศาสตร์ ๑๘ ประการ จากสำนักครู วิศวามิตร ทรงเรียนรู้วิชาการรบและหลักบริหารบ้านเมืองอย่างรวดเร็ว และ แตกฉาน จนหมดสิ้นความรู้ที่พระอาจารย์มี ดังนั้น จึงนับได้ว่า นับตั้งแต่วัยเด็กจนเติบโตเป็นหนุ่ม เจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงมีความรู้และความเชี่ยวชาญในวิชาการทางโลก อย่างสมบูรณ์ จากการเรียนในพระราชวัง
        เมื่อออกผนวชแล้ว พระสิทธัตถะได้แสวงหาความรู้ด้วยวิธีเรียนจากครู จึงได้เสด็จไปทางใต้ถึงแคว้นมคธ และศึกษาในสำนักของอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงในสมัยนั้น คือ อาฬารดาบส กาลามโครต และ อุทกดาบส รามบุตร ได้ทรงเรียนจบความรู้ทั้งหมดที่อาจารย์มีอยู่ คือ จบฌานสมาบัติ ๗ จากสำนักอาฬารดาบส และฌานสมาบัติ ๘ จากสำนักอุทกดาบส ฌานสมาบัติ คือ วิธีเข้าสมาธิเป็นชั้นๆตั้งแต่ชั้นต่ำจนไปถึงชั้นสูงที่ละเอียด สุขุมลุ่มลึก แต่เมื่อวิเคราะห์แล้ว ก็ยังทรงเห็นว่าไม่เป็นทางพ้นทุกข์ที่ทรงต้องการ เพราะทรงรู้ว่าจิตใจยังมีรัก ชัง และหลงอยู่ จึงลาออกจากสำนักนั้น และเดินทางต่อไป
        การแสวงหาความรู้ในระยะนี้ ทรงใช้วิธีศึกษาจากสำนักอาจารย์และลัทธิต่างๆ ที่มีอยู่เก่าก่อน ทรงศึกษาหลักวิธีการ ทดลองปฏิบัติ และเลือกเอาประเด่นที่เป็นส่วนดี และ เป็นจุดเด่นมารวมกัน เช่น การเข้าฌานสมาบัติ การบริหารบังคับส่วนต่างๆ ของร่างกาย การทรมานกายให้ลำบากการฝึกบังคับจิต เป็นต้น  ทรงเห็นว่าการทรมานร่างกายอาจนำไปสู่ความรู้ที่ทรงต้องการได้ จึงได้ทดลองปฏิบัติ โดยทรงบำเพ็ญ ทุกรกิริยา       
WHAT'S  NEW?
 
Double click to edit text.
 
SPECIAL  OFFER
 
Double click to edit text.
YOUR VERY NICE
SLOGAN GOES HERE...